Make your own free website on Tripod.com

มาตรฐานพันธุ์หมาไทยบางแก้ว

มาตรฐานพันธุ์หมาไทยบางแก้ว ที่กำหนดขึ้นโดยชมรมผู้อนุรักษ์และพัฒนาสุนัขไทยบางแก้ว พิษณุโลก แห่งประเทศไทย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก (นายไพฑูรณ์ สุนทรวิภาค) เป็นประธานวางกฎเกณฑ์และมาตรฐานในการพัฒนาสายพันธุ์ และได้มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2534 ดังนี้

ลักษณะทั่วไป หมาบางแก้วมีลักษณะเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กล่าวคือ มีขนปุยยาว มีความสง่างาม ว่องไวและแข็งแรง เวลายืนมักเชิดหน้าและโก่งคอคล้ายม้า เป็นสุนัขขนาดกลาง รูปทรงตั้งแต่ช่วงขาหน้าถึงขาหลังเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส อกกว้างและลึกได้ระดับกับข้อศอก ไหล่กว้าง ท้องไม่คอดกิ่ว หน้าแหลม หูเล็ก หางพวง ขนมีสองชั้น นิสัยรักเจ้าของ ฉลาดปราดเปรียว กล้าหาญ ค่อนข้างดุ สามารถฝึกหัดได้ ชอบเล่นน้ำมาก

ขนาด ขนาดเท่าหมายไทย หรือเล็กกว่าเล็กน้อย ไม่อ้วน ความสูงวัดที่ไหล่ ตัวผู้พ่อพันธุ์สูง 42-53 เซนติเมตร ตัวเมียแม่พันธุ์ 38-48 เซนติเมตร น้ำหนักตัวผู้ 14-16 กิโลกรัม ตัวเมีย 13-15 กิโลกรัม

ลำตัว ช่วงตัวตอนหน้าใหญ่ ช่วงตัวตอนท้ายค่อนข้างเล็ก ลำตัวหนาปานกลาง อกลึกปานกลาง อกแคบ ยืดอกเวลายืน ส่วนเอวจะคอดน้อยกว่าหมาไทย ท้ายลาด สง่าเหมือนหมาจิ้งจอก

ขา ว่ากันว่าดูหมาบางแก้วแท้ ๆ ให้สังเกตขา ขาหน้าจะใหญ่กว่าขาหลังเล็กน้อย ขาส่วนบนใหญ่และเรียวลงมาถึงข้อเท้า ตั้งตรงแข็งแรง ถ้าดูด้านข้างจะเห็นขนยาวเป็นเส้นตรงจากข้อเท้าด้านหลังขึ้นไปถึงข้อศอกเหมือนขาสิงห์ ขาหลังช่วงล่างมีทั้งตั้งตรงและเกือบตรง ช่วงบนด้านหลังจะมีขนยาว เป็นเส้นตรงขึ้นไปจนถึงโคนหาง เวลายืนท่าปกติจะรับน้ำหนักทรงตัวดี นิ้วเรียงชิดกัน ขนที่ปลายนิ้วยาวหุ้มเล็บ

หัว กะโหลกใหญ่ ปากยาวแหลม คอยาวกว่าหมาไทยทั่วไป กะโหลกศีรษะและปากรับกันเป็นรูปสามเหลี่ยม หูเล็กสั้น ตั้งป้องไปข้างหน้า ปลายหูเบนไปข้างๆ เล็กน้อย โคนหูทั้งสองอยู่ห่างกันมากกว่าหมาพันธุ์อื่น ๆ จึงใช้เป็นจุดเด่นในการสังเกตว่าเป็นหมาบางแก้ว ภายในหูมีขนปรายปิดรูหูอย่างสีดำมีแววของความไม่เชื่อใจใครง่ายๆ ขณะโกรธหรือขู่จะขึ้นแววฟ้า ใสแววที่เรียกกันว่า ตาเขียว จมูกสีดำ ฟันซี่เล็กข่าวคม มีเขี้ยวข้างบน 2 ล่าง 2 ลิ้นเป็นสีชมพู ส่วนมากไม่มีปานดำเหมือนหมาไทยทั่วไป

ขน ขนสองชั้น หนา ชั้นล่างละเอียดอ่อนนิ่ม ขนชั้นบนยาวเป็นเส้น เมื่อยังเล็กจะมีขนยาวปุกปุยแน่นทั่วตัว แต่เมื่อโตขึ้นจะมีขนยาวปานกลางแน่นทั้งตัว ขนที่กลางหลังตั้งแต่แผงคอไปยังโคนหางจะยาวกว่าขนบริเวณอื่น ๆ มีแผงขนเป็นชั้นช่วงสันหลัง เวลาโกรธจะฟูยกให้เห็นชัดเจน ด้านล่างจากข้อเท้าตอนล่างถึงโคนขาตอนบนจะมีขนยาวฟูพอประมาณ

หาง หางต้องเป็นพวง ถือเป็นลักษณะเด่นที่สืบทองดมาจากหมาจิ้งจอกลักษณะพวงหางแบ่งออกเป็น 3 พวกใหญ่ ๆ คือ
1.
หางตั้งโค้งไปข้างหน้า บางตัวหางจะเหยียดตรงวางทาบไปบนหลัง
2.
หางพุ่งไปด้านหลังแล้วโค้งตั้งขึ้นเหมือนหางดาบ ถ้าหางยาวจะโค้งมาจรดหลัง ถ้ายาวมากจะเบี่ยงลงข้าง ถ้าหางพวงใหญ่มีน้ำหนักมาก หางจะไพล่ห้อยลงข้างตัว หางชนิดนี้มีอยู่มาก โดยเฉพาะแถบบ้านชุมแสงสงคราม
3.
หางเป็นพวงลาดแบบแทงดิน ยาวห้อยลงอย่างหางม้า เวลาดีใจเมื่อเดินหรือวิ่งจะแกว่งหางไปมา เวลายืนหากมั่นใจว่าปลอดภัย จะยกหางสูงขึ้นเลยระดับตัวเล็กน้อย นักเลี้ยงหมาบางแก้วบางคนจะพูดถึงกิริยาหางนี้ว่า "ขึ้นได้-ลงได้" ลักษณะเช่นนี้เหมือนหมาป่ามาก เรียกว่า หางจิ้งจอก

สี หมาบางแก้วมีสีหลักคือ สีดำพื้น, สีน้ำตาลพื้น, สีน้ำตาลปรายย้อมดำ(เขียว), สีด่างน้ำตาลขาว, บางตัวนอกจากสีด่างดำขาว หรือสีน้ำตาลขาวยังแทรกจุดหย่อมเล็กกระจายมาน้อยทั่วทั้งตัวอีกด้วย ส่วนสีที่นิยมคือ ขาวปลอด ขาวน้ำตาล ขาวดำ

เสียงเห่า เสียงเห่าแหลมเล็กกว่าหมาไทย

การเดินวิ่ง เวลาเดินวิ่งจะเหยาะย่างสง่างามเหมือนม้าย่างเท้าสวนสนามปกติจะวิ่งซอยเท้าถี่

ข้อบกพร่อง ใบหูพลิ้ว, ไม่มีขนแผงรอบคอ, ขาหน้าเล็ก, ไม่มีแข้งสิงห์, ไม่มีขนคลุมนิ้วเท้า, หูใหญ่, หางขอด, ขนหลุดร่วง, ฟันบนยื่นกว่าฟันล่าง, ปากใหญ่, ตาใหญ่, หูไม่ตั้ง, หางไม่เป็นพวง, ขนสั้น, อัณฑะเม็ดเดียว, ฟันขาด 3 ซี่ขึ้นไปโดยไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ, หางขาด, ฟันล่างยื่นกว่าฟันบน, ปากทู่, ตากลม, สันหลังแอ่น

มาตรฐานพันธุ์สุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว (ฉบับปรับปรุง 14 ต.ค. 44)

ลักษณะประจำพันธุ์

1.   ลักษณะทั่วไป - เป็นสุนัขขนาดกลาง โครงสร้างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีสัดส่วนที่กลมกลืน ประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว

พฤติกรรมทางอารมณ์ - ตื่นตัว ร่าเริง รักเจ้าของ เชื่อมั่นในตนเอง จิตประสาทมั่นคงไม่ขลาดกลัว ซื่อสัตย์ หวงแหนทรัพย์สิน ฉลาดปราดเปรียว กล้าหาญ สามารถฝึกใช้งานได้

ถิ่นกำเนิด - มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่บ้านบางแก้ว ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย

2.   กรุ๊ป  - ( Group) (Spitz and Primitive Types)

3.   รูปร่าง - หนา ล่ำสัน เมื่อยืนหยัด ขาเหยียดตรงตั้งฉากกับพื้น คอยกหน้าตั้ง

4.   หัว - ค่อนข้างใหญ่ ได้สัดส่วนกับลำตัว ดั้งจมูกมีมุมเล็กน้อย

5.   จมูก - มีสีดำ ได้สัดส่วนกับปาก

6. ปาก - ยาวปานกลาง โคนปากใหญ่เรียวจรดปลายจมูก

7. ฟัน - เล็กและแหลมคม ขบกันได้สนิทแบบกรรไกร ฟันบนเกยอยู่ด้านนอกอนุโลมให้ฟันขบเสมอกันพอดี สุนัขโต( 6 เดือนขึ้นไป ) มีฟัน 42 ซี่

8. ตา - เล็กคล้ายเมล็ดอัลมอนด์สีน้ำตาล

9.  ู - รูปสามเหลี่ยมได้สัดส่วนกับหัว ตั้งป้องไปข้างหน้า มีขนอ่อนที่กกหูและหลังใบหู

10. คอ - ใหญ่ล่ำสันรับกับหัว ช่วงใหญ่มีขนแผลงรอบคอ

11. หลัง - เส้นหลังตรง

12. อก - กว้างและลึกได้ระดับกับศอก

13. สะโพก - ใหญ่และแข็งแรง ส่วนหลังมีขนยาวลามมาจนถึงข้อขาหลังท่อนบน

14. หาง - โคนหางใหญ่ ขนหางเป็นพวง ปลายโค้งเข้าหาเส้นหลัง

15. ขาหน้า - ใหญ่กว่าขาหลัง เวลายืนเหยียดตรงและขนานกัน ข้อเท้าสั้น ทำมุมเฉียงเล็กน้อย หลังขามีขนยาวลักษณะคล้ายแข้งสิงห์

16. ขาหลัง - เล็กกว่าขาหน้า เวลายืนทำมุมพอเหมาะ มองจากด้านหลังข้อเท้าหลังตั้งได้ฉากและขนานกัน

17. เท้า - อุ้งเท้ากลมคล้ายอุ้งเท้าแมว มีขนยาวคลุมนิ้วเท้า

18. ความสูง

- เพศผู้ สูง 18 - 22 นิ้ว (46 - 56 ซม.)

- เพศเมีย สูง 16 - 20 นิ้ว ( 41 - 51 ซม.)

19. น้ำหนัก

- เพศผู้ หนัก 19 - 21 กิโลกรัม

- เพศเมีย หนัก 16 - 18 กิโลกรัม

20. ขน - ยาวปานกลางมี 2 ชั้น ชั้นในอ่อนนุ่ม ชั้นนอกเส้นใหญ่เหยียดตรง ยาวคลุมบริเวณแผ่นหลัง

21. ี - ขาว-น้ำตาล , ขาว-ดำ , ขาว-เทา

22.  - ข้อบกพร่อง มี 3 ระดับ

    22.1 ข้อบกพร่องเล็กน้อย ได้แก่ฟันเหลือง

    22.2 ข้อบกพร่องปานกลาง ได้แก่ หางไพล่ ไม่มีแผงขนรอบคอ ไม่มีแข้งสิงห์ หู้ใหญ่ ปากใหญ่ ตาใหญ่ ตามกลม หลังแอ่น หลักโก่ง

    22.3 ข้อบกพร่องร้ายแรง ได้แก่ ขนสั้นเกรียน จมูกสีอื่น ตาสีอื่น หูพริ้ว หูไม่ตั้ง ฟันบนยื่นล้ำฟันล่าง (Over Shot) ฟันล่างยื่นล้ำฟันบน (Under Shot) ฟันขาดเกินกว่า 3 ซี่ขึ้นไป ข้อสะโพกห่าง หางขอด หางม้วน หางไม่เป็นพวง หางขาด อัณฑะไม่ครบ ความผิดพลาดทางจิตประสาท

ข้อมูล ชมรมผู้พัฒนาสุนัขไทยบางแก้ว พิษณุโลก โทร 055-217068